Select Language

Check Application Status
en

Resource Zone

อธิบาย Captive insurance

Matt Pais

Rate 1 Rate 2 Rate 3 Rate 4 Rate 5 0 Ratings Choose a rating
Please Login or Become A Member for additional features

Note: Any content shared is only viewable to MDRT members.

Colombik ใช้ captive insurance ที่ซับซ้อนและไม่ค่อยมีใครรู้จัก ในการสร้างความแตกต่างของเขาให้เจ้าของธุรกิจเห็น

ณจะไม่แปลกใจที่บริษัทประกันทั้งหลายเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ไม่ชอบที่จะรับความเสี่ยง 100% ถ้ามีวิธีที่มีประสิทธิผลในการลดความเสี่ยงของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม คุณอาจประหลาดใจที่ได้รู้ว่าองค์กรต่างๆ ก็สามารถลดความเสี่ยง และเพิ่มผลกำไรด้วยการเป็นเจ้าของบริษัทประกันของตนเองผ่านกระบวนการที่เรียกว่า captive insurance

เดี๋ยวก่อน มันฟังดูสับสน และก็อาจจะเป็นอย่างนั้นได้ สิบปีก่อน เมื่อ Jeremy Colombik เริ่มอธิบายแนวคิดนี้ สมาชิก MDRT เก้าปี จาก Raleigh, North Carolina ได้รับแววตาที่มองอย่างงงๆ มากมายตอนนี้เขามี PowerPoint ที่พิสูจน์แล้ว, วิดิโอความยาว2 นาที บนเว็บไซต์ (themsicorp.com) และคำอธิบายโดยละเอียดพร้อมใช้

“นี่เป็นเพียงทางออกแบบใช้บริษัทประกัน” เขากล่าว “ผมพบแนวทางสำหรับเจ้าของธุรกิจ ที่จะได้กำไรอย่างมากจากการเป็นเจ้าของบริษัทประกันของตนเอง โดยได้ประโยชน์ห้าข้อด้วยกัน”

การเรียนรู้วิธีทำงานของเขา

ก่อนที่เราจะไปดูผลประโยชน์เหล่านั้น ภูมิหลังคือ Colombik เข้าสู่อาชีพบริการทางการเงินทันทีที่จบจากมหาวิทยาลัย และเริ่มต้นทำงานกับเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเขาพบว่ามักได้ฟังการเสนอขายซํ้าซากจากที่ปรึกษาการเงินนับไม่ถ้วน

เมื่อบิดาของเขาที่เป็นนักกฎหมายภาษีได้เรียนรู้เรื่อง captive insurance หลายปีมาแล้วในการสัมมนาภาษีครั้งหนึ่ง บอกข้อมูลนี้กับลูกชายของเขา Colombik ตระหนักว่าเขาสามารถเปิดประตูเข้าหาเจ้าของธุรกิจด้วยการพูดถึงแนวคิดทำนองนี้แทนที่จะนำเข้าสู่การพูดคุยเรื่องประกันชีวิต และเครื่องมือการเงินทั่วไป นั่นนำไปสู่โอกาสของการประกันชีวิตกับเจ้าของธุรกิจ เช่นเดียวกับลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเริ่มต้น ทำงานกับเขาเพราะข้อเสนอ captive insurance ไม่ถึงหนึ่งปีต่อมาลูกค้ารายนั้นซื้อกรมธรรม์ที่มีเบี้ยประกันถึง 600,000 เหรียญสหรัฐ

“ผมคงไม่มีโอกาสนั้นถ้าผมไม่ใช้ captive insurance” Colombik กล่าว เขาเริ่มต้นทีมงานของเขาเองในปี 2007 และมีคน 15 คนในทีม MSI กับสำนักงานใน Chicago, North Carolina และ Puerto Rico การทำงานกับคนดัง, เจ้าของสื่อ และเศรษฐีเงินล้านโดยร่วมกับนักบัญชี CPA, สำนักงานกฎหมาย และที่ปรึกษาการเงินที่ส่งต่อลูกค้ามาให้เขาแล้วเก็บค่าแนะนำ คำขวัญที่เป็นยี่ห้อของบริษัทคือ “การจัดการความเสี่ยงแบบทำกำไร”

ความรู้พื้นฐาน

จุดเริ่มต้นสำหรับ captive insurance:

  • ในระดับหนึ่งคุณสามารคิดถึงมันเหมือนกับกองทุนรวม ซึ่งเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยงของบัญชีลงทุน การมีจำนวนบริษัทมากขึ้นเป็นการลดภาระรับผิดชอบในผลประกอบการของแต่ละบริษัทcaptive insurance มีหลายประเภทแตกต่างกันแต่เป้าหมายเหมือนกันเสมอในด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน ปกติ Captive insurance ใช้เพื่อปกป้องภัยจากเหตุการณ์ เช่น การสูญเสียพนักงานคนสำคัญ หรือประเด็นความปลอดภัยไซเบอร์ซึ่งหาคนรับประกันยาก หรือไม่สามารถหาได้ในตลาดแบบดั้งเดิม
  • ไม่ใช่ทุกรัฐที่ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ตั้งบริษัทแบบ captives ถ้าคุณอยู่ในรัฐที่ไม่มี คุณก็สามารถเข้าร่วมกับ captives ในรัฐอื่นได้
  • โดยทั่วไปโครงการ captives จะให้ผลประโยชน์คุ้มค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 1 ล้าน เหรียญต่อปี หรือมากกว่านั้น เพราะมันไม่ใช่โครงการระยะสั้น ผลลัพธ์ต้องใช้เวลาอย่างตํ่าสาม
  • เมื่อคุณเป็นเจ้าของบริษัท captive insurance ความเสี่ยงของคุณครึ่งหนึ่งจะไปอยู่ในพูลความเสี่ยงกับกิจการอื่นๆ และอีกครึ่งหนึ่งจะประกันภัยต่อกับบริษัทประกันที่คุณเป็นเจ้าของ พูดอีกอย่างหนึ่งเงินของคุณขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในพูลความเสี่ยงเพียงครึ่งเดียว และอีกครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับความเสี่ยงถ้าคุณเรียกร้องสินไหม

Colombik เสนอการประกันแบบสร้างสรรค์ต่อเจ้าของธุรกิจ

ผลประโยชน์

ที่พูดมานั้นเป็นพื้นฐาน แล้วผลประโยชน์ห้าข้อ ที่ Colombik อธิบายกับลูกค้าคืออะไร?

  1. ศูนย์กำไร เมื่อเจ้าของธุรกิจซื้อประกันจากบริษัทประกันทั่วไป พวกเขาจ่ายเบี้ยประกันและบริษัทประกันได้กำไร แต่ในการจ่ายเบี้ยให้กับบริษัทประกันของคุณเอง คุณยังคงจ่ายเบี้ย แต่ผลกำไรเป็นของคุณ
  2. ลดเบี้ยประกัน ด้วย captive insurance คุณสามารถเพิ่มความรับผิดส่วนแรกของคุณในกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัย ซึ่งจะลดค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายให้บริษัทประกัน และผลักความเสี่ยงนั้นไปยังบริษัท captive insurance ที่คุณเป็นเจ้าของ
  3. การจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น เพราะคุณเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจ แนวโน้มที่ทุกคนจะประสบเหตุ ย่อมน้อยกว่าแนวโน้มของแต่ละคนตามลำพัง คุณยังสามารถใช้ captive insurance เพื่อคุ้มครองข้อยกเว้นหรือช่องว่างที่อาจมี ในกรมธรรม์แบบดั้งเดิม (ตัวอย่างเช่นความคุ้มครองของร้านอาหารไม่รวมถึงการฟ้องร้องของพนักงานที่ถูกออกจากงานอย่างผิดกฎหมาย
  4. เพิ่มความระมัดระวังความเสี่ยง Colombik ให้ตัวอย่าง กรณีพายุเฮอริเคนหลายลูกที่ส่งผลกระทบต่อมหานครต่างๆ ของสหรัฐในปี 2017 เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เจ้าของธุรกิจจำนวนมากพบว่าพวกเขาไม่มีความคุ้มครองอย่างที่เคยคิดว่ามี เขาให้การศึกษาแก่ลูกค้า, ตรวจดูกรมธรรม์อย่างละเอียด และช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าต้องอุดช่องว่างตรงไหนโดยใช้ captive insurance “กรมธรรม์อาจมีถึง 50 หน้า” Colombik กล่าว “โดยทั่วไปไม่มีใครอ่านรายละเอียดในกรมธรรม์ของตน จนกว่าจะเกิดเหตุขึ้น และพวกเขาพยายามเรียกร้องสินไหม”
  5. ผลประโยชน์ด้านภาษี ถ้ามีความเสี่ยงมากพอ บริษัท captive insurance เล็กๆ ที่ยื่นภาษีต่อกรมสรรพากร สหรัฐ สามารถรับรายได้จากเบี้ยประกัน 2.3 ล้านเหรียญต่อปีโดยไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลางจากเงินที่ได้รับ

“ลูกค้ามักพูดว่า ‘นี่เป็นแบบวิน-วิน’” Colombik พูดว่า “ผมมีความคุ้มครองที่ดีกว่า และเงินมากกว่า”

 

{{GetTotalComments()}} Comments

Please Login or Become A Member to add comments