Select Language

Check Application Status
en

Resource Zone

5 สิ่งที่ลูกค้ากลุ่มมิลเลเนียลหวังว่าที่ปรึกษาทางการเงินจะรู้

Kent Bridgeman

Rate 1 Rate 2 Rate 3 Rate 4 Rate 5 0 Ratings Choose a rating
Please Login or Become A Member for additional features

Note: Any content shared is only viewable to MDRT members.

มิลเลนียลมีความต้องการทางการเงินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หากที่ปรึกษาทางการเงิน ให้ความสำคัญกับความต้องการนั้น ก็จะพบกลุ่มคนที่มีสมัครใจพร้อมที่จะเป็นลูกค้าและสร้างความมั่งคั่ง

การระบาดใหญ่ถือว่าเป็นการถดถอยทางการเงินครั้งใหญ่ครั้งที่สองในชีวิตของคนรุ่นมิลเลเนียลหรือ Gen Y คนกลุ่ม Gen Y หลายคนละทิ้งหรือเลื่อนความฝันของตนออกไปเนื่องอุปสรรคทางการเงินที่เกิดจาก การตลาดถดถอยในปี 2008 และในตอนนี้พบว่าตัวเองต้องมาอยู่ตรงหน้าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งล่าสุด

อย่างไรก็ตาม การมองข้ามว่ามิลเลเนียลไม่ใช่ฐานลูกค้าที่มีศักยภาพคือการมองที่สั้นไป มิลเลเนียลนั้นมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่าง หากคุณให้ความสำคัญกับความต้องการนั้น คุณจะพบกลุ่มคนที่มีสมัครใจพร้อมที่จะเป็นลูกค้าและสร้างความมั่งคั่ง

ต่อไปนี้คือห้าสิ่งที่ต้องระลึกไว้เมื่อพูดคุยกับคนกลุ่มมิลเลเนียล

1. การดิ้นรนต่อสู้คือสิ่งที่เป็นจริง

มิลเลเนียลยังคงล้มลุกคลุกคลานกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2008 ด้วยเหตุนี้ หลายคนยังคงรู้สึกกลัวหรือไม่ไว้ใจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณ มิลเลเนียลอีกกลุ่มหนึ่งวางเป้าหมายทางการเงินเอาไว้ก่อน ในขณะที่ต้องทำงานหนักเพื่อการอยู่รอด มิลเลเนียลนั้นต้องการความรู้ด้านการเงินเป็นอย่างมาก หากคุณทำให้สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ ก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งที่คุณเสนอ

2. มิลเลเนียลไม่มีเวลา

Gen Y หลายคนต้องทำงานหลายงาน หรือต้องมีงานเสริมเพื่อให้รอดเดือนชนเดือน และเพราะพวกเขาไม่ค่อยมีเวลา พวกเขาจึงชอบการประชุมแบบเร็วๆ และตรงประเด็น เมื่อสื่อสารกับมิลเลเนียล ข้อสรุปและ Bullet Point คือสิ่งที่ดีที่สุดในการสื่อสาร

3. ความมั่นคงทางการเงินคือสิ่งสำคัญ

มิลเลเนียลหลายคนกลัวว่าต้องทำงานไปจนเกษียณ การลงทุนมักเป็นเรื่องที่เก็บไว้คิดทีหลัง

มิลเลเนียลต้องการบริการทางการบริการที่เป็น “โครงข่ายความปลอดภัย” อื่น เช่น ประกันชีวิต หรือแม้แต่ประกันสุขภาพ สิ่งแรกให้โฟกัสที่การสร้างความมั่นคง จากนั้นจึงนำทางพวกเขาไปสู่ การสร้างความมั่งคั่ง

4. พวกเขาให้คุณค่าในลงทุนเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่

แม้มิลเลเนียลต้องการให้เงินของตนทำงานได้มากเท่าที่พวกเขาทำ แต่พวกเขาก็ยังสนใจเหตุการณ์ รอบตัวและการสร้างสิ่งที่แตกต่าง พวกเขามีแนวโน้มที่จะลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในทางเดียวกัน พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะไม่ยอมรับบริษัทที่เห็นว่าเป็นอันตรายต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม

มิลเลเนียลไม่เพียงต้องการทำเงิน แต่ยังต้องการที่จะรู้สึกดีเกี่ยวกับบริษัทที่พวกเขาลงทุน

5. มิลเลเนียลต้องการคำปรึกษาด้านการเงินเป็นอย่างมาก

แม้จะมีความกลัวและความไม่ไว้ใจที่มิลเลเนียลบางคนมีต่อภาคการเงิน แต่ข้อมูลจาก Investopedia มิลเลเนียลที่ร่ำรวยมีแนวโน้มที่จะจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมากขึ้น มิลเลเนียลยังมีแนวโน้มมากขึ้นในการใช้ กลยุทธ์ทางการเงินที่เป็นส่วนผสมของที่ปรึกษาที่เป็นหุ่นยนต์และมืออาชีพด้านการเงินที่เป็นมนุษย์ จากโพลล์ของ Harris ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 พบว่ามิลเลเนียลมีแนวโน้มสูงกว่า Gen X และเบบี้บูมเมอร์ ที่จะบอกว่าที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์นั้นน่าไว้วางไว้ (81% ของมิลเลเนียล เมื่อเทียบกับ 73% ของ Gen X และ 75% ของเบบี้บูมเมอร์)

ดังนั้นการก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีล่าสุดจะทำให้คุณมีอาวุธเพิ่มขึ้นในคลังแสง เมื่อให้คำแนะนำกับ Gen Y ความสัมพันธ์ส่วนตัวยังเป็นกุญแจสำคัญ (และเป็นที่ต้องการอย่างมาก) แม้ว่าความจริงนั้นมิลเลเนียล ใช้ชีวิตส่วนมากอยู่ในโลกออนไลน์

Gen Y มีความสัมพันธ์อันเบาบางกับเงิน แต่สำหรับคนที่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ในเวลาที่ยากลำบาก มักมองหาคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงิน ในฉากทัศน์ทางการเงินที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนของปี 2020 คำแนะนำนั้นมีความสำคัญมากขึ้นกว่าที่เคย

สิ่งนี้ปรากฏครั้งแรกใน MDRT Blog

 

{{GetTotalComments()}} Comments

Please Login or Become A Member to add comments