Select Language

Check Application Status
en

Resource Zone

สิ่งเล็กน้อยเปลี่ยนชีวิตเราได้

Admiral William H. McRaven (Ret.)

Rate 1 Rate 2 Rate 3 Rate 4 Rate 5 0 Ratings Choose a rating
Please Login or Become A Member for additional features

Note: Any content shared is only viewable to MDRT members.

การฝึก Navy SEAL เป็นการฝึกที่โหดที่สุดในโลก ทำให้ผู้เข้าฝึกผ่านการเคี่ยวกรำทั้งร่างกาย และจิตใจอย่างทรหดชนิดที่ท้าให้ทุกคนถอนตัว ในวิชาการนี้ McRaven ชี้ว่าบทเรียนแห่งความภาคภูมิใจ, ทีมเวิร์ค และความมุ่งมั่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับใครก็ได้ ด้วยความกล้าหาญและไม่ยอมแพ้ คนเราสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากที่สุดได้

มากกว่า 40 ปีที่ผ่านมาไม่มากนัก ผมเริ่มภารกิจของผมในการเข้าหน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ (Navy SEAL) หารู้ไม่ว่าบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้ในการฝึกอบรม SEAL ขั้นพื้นฐานนั้นจะให้ผลดีต่อผมตลอดช่วงที่เหลือของชีวิต บทเรียนเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้ผมจัดการกับความท้าทายที่เราทุกคนต้องเผชิญ ณ จุดหนึ่งของชีวิต ที่ผมมานำเสนอให้ในวันนี้ก็ด้วยความหวังว่าประสบการณ์ของผมจะทำให้ชีวิตคุณมีประสิทธิผลมากขึ้น บรรลุเป้าหมายมากขึ้น และบางทีอาจจะประสบความสำเร็จได้อีกเล็กน้อย

หลักสูตรการฝึกพื้นฐานการทำลายใต้น้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ (BUD/S) ถือเป็นหลักสูตรฝึกทหารที่หนักที่สุดในโลก สถานที่เรียนตั้งอยู่ในโคโรนาโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และการฝึกอบรมเป็นเวลานานหกเดือน หลักสูตรแบ่งออกเป็นสามช่วง ช่วงแรกใช้เวลา 10 สัปดาห์และถูกออกแบบมาเพื่อขจัดความอ่อนแอของจิตใจและร่างกาย

ทุกวัน คือ การทดสอบความอดทนของคุณ คุณจะเริ่มต้นทุกเช้ากับชั่วโมงของการเพาะกาย ตามด้วยกิจกรรมอื่น ๆ ตลอดทั้งวันด้วยชุดของการวิ่งระยะยาวบนทรายที่ไม่แน่น การว่ายน้ำในมหาสมุทรที่เย็นเหมือนแช่แข็ง การเข้าหลักสูตรการฝึกฝ่าฟันอุปสรรคด้วยร่างกาย และการรับมือกับการขู่กรรโชกจากครูฝึกซีล (SEAL)

ในช่วงการฝึกแรกจะเป็นสัปดาห์ที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันว่า สัปดาห์นรก สัปดาห์นรกคือ หกวันของการไม่ได้นอน การข่มขู่อย่างต่อเนื่อง และการออกกำลังกาย นี่คือจุดที่คุณจะตัดสินใจว่าคุณต้องการเป็น Navy SEAL หรือไม่

ระยะที่สองคือ แปดสัปดาห์ที่ยาวนานและการลงโทษอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงความยากลำบากทางกายภาพมากขึ้น แต่ในระยะสองคือการให้นักเรียนได้เรียนรู้ที่จะดำน้ำขั้นพื้นฐานด้วยตนเองด้วยการใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำ (SCUBA) และอุปกรณ์การหายใจแบบวงจรปิดขั้นสูงที่เรียกว่า Draeger

ความท้าทายทางร่างกายยังคงดำเนินต่อไปเมื่อคุณเข้าสู่ระยะที่สาม แต่สำหรับอีก 10 สัปดาห์ที่เหลือผู้ฝึกหน่วยซีลต้องเรียนรู้ความซับซ้อนทั้งหมดของสงครามบนบก: วิธีการยิง การเคลื่อนไหวและการสื่อสาร

ตั้งแต่วินาทีที่ผมไปถึงในฐานะนักเรียนที่ศูนย์ฝึก BUD/S ที่ Coronado ผู้ฝึกหน่วย SEAL มีโอกาสที่จะสอนคุณ ทุกเช้าเราจำต้องชุมนุมกันในห้องค่ายทหารเพื่อเข้าแถวตรวจสอบความพร้อม ผมยืนตัวตรงเมื่อครูผู้ฝึกหน่วย SEAL เดินเข้ามาในห้อง ทหารผ่านศึกเวียดนามทั้งหมด ครูผู้ฝึกจะมีความคงกระพันในตัวพวกเขา พวกเขารอดชีวิตจากสงครามที่ยากลำบากและรู้ว่าอะไรที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการสู้รบ

หลังจากตรวจชุดของผมเพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดเอี่ยมอ่อง เรียบไม่มีรอยย่นและสวมใส่ด้วยความภูมิใจ ครูผู้ฝึกโน้มตัวไปตรวจสอบเตียงของผม ผมจำได้ว่าผมรู้สึกว่ามันเด็กมากที่จะต้องให้พวกทหารผ่านศึกมาคอยตรวจ “เตียง” ของผมเพื่อดูว่าจัดเรียบร้อยไหม

เรามีคำสั่งที่เข้มงวด หมอนจะต้องอยู่ตรงกลางของหัวเตียงเป๊ะ ผ้าห่มขนสัตว์ต้องพับให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและวางไว้ตรงกลางของปลายเตียงเป๊ะ ตรงหัวมุมและปลายเตียงจะต้องทำมุม 45 องศาพอดี ถ้าเราทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้โดยครูผู้ฝึกเราจะต้องรับกรรมนั้นด้วยการทรมานร่างกาย

ณ ตอนนั้นบทเรียนเรื่องการทำเตียงไม่เข้ากับความคิดผมเลยแต่ความสำคัญของงานง่าย ๆ นี้เริ่มกระจ่างขึ้นในที่สุด การทำเตียงของคุณเป็นงานแรกของวัน ถ้าทำได้ดีคุณจะเกิดความภูมิใจกับผลงานซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำงานชิ้นถัดไป ถัดไปและถัดไป

เมื่อวันหนึ่งหมดไป หนึ่งงานที่ทำเสร็จสิ้นจะทำให้งานอื่น ๆ เสร็จไปด้วย และถ้าวันของคุณแย่คุณจะกลับบ้านมาเจอเตียงที่ได้ทำเอาไว้ ที่คุณเป็นคนทำ เตียงที่ทำเอาไว้นี้จะให้ความหวังกับคุณว่าพรุ่งนี้อาจจะมีอะไรที่ดีกว่า

การทำเตียงยังทำให้เห็นถึงความจริงที่ว่า สิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตนั้นมีความหมาย ครูฝึกของผมมักจะพูดว่า “ถ้าทำเตียงให้ได้มาตรฐานไม่ได้ เราจะเชื่อใจให้คุณนำภารกิจ SEAL ได้อย่างไร”

ถ้าคุณจัดการกับสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตได้ถูกต้อง เรื่องอื่น ๆ ที่ใหญ่จะมาเองตามธรรมชาติ ดังนั้นถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในชีวิต จงเริ่มด้วยการทำเตียง

ในช่วงระยะแรก นักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นลูกเรือ ลูกเรือจะมีเจ็ดคนและส่วนมากจะคัดด้วยส่วนสูง ที่เราถูกเรียกว่า ลูกเรือ นั่นก็เพราะว่าทุก ๆ ที่ที่เราไปเราจำเป็นจะต้องหิ้วเรือลมขนาดเล็ก (IBS) IBS คือเรือลมยางขนาดแปดฟุต ถ้าเป่าลมเต็มลำจะมีน้ำหนักประมาณ 100 ปอนด์และนักเรียนเจ็ดคนที่เป็นลูกเรือจะต้องยกเรือยางนี้ไว้บนหัวและวิ่งบนทรายที่ไม่แน่น—ไปกินอาหารเย็นและช่วงการฝึกออกกำลังกายด้วย มันคือเพื่ิอนร่วมทุกข์ร่วมสุขของเรา

เรายังต้องพายเรือไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไปตามแนวชายฝั่งจากเหนือจรดใต้ ผ่านคลื่นมหาโหดกับชายเจ็ดคนที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย

แต่เราได้เรียนรู้บางสิ่งที่สำคัญในการเดินทางด้วยเรือเล็ก ๆ บางครั้งหนึ่งในสมาชิกลูกเรือจะป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถให้ได้ 100 เปอร์เซนต์

บ่อยครั้งที่ผมเหนื่อยใจจะขาดกับการฝึกของวัน หรือเป็นหวัดหรือเป็นไข้ ในวันเหล่านั้น สมาชิกคนอื่น ๆ จะทำแทนผม พวกเขาพายเรือหนักขึ้น ลงแรงมากขึ้น พวกเขาแบ่งปันอาหารและเครื่องดื่มให้ผมเพื่อเพิ่มกำลัง และเมื่อเวลามาถึงภายหลังในการฝึกอบรมผมจะตอบแทนสิ่งเหล่านั้นคืนพวกเขา

เรือลำเล็กนี้ทำให้เราตระหนักได้ว่าไม่มีใครที่จะสามารถผ่านการฝึกนี้ไปคนเดียวได้ ไม่มี SEAL คนไหนที่จะสามารถรบคนเดียวได้ และเพื่อเป็นการต่อยอดความคิดนี้ เราทุกคนต้องการใครสักคนในชีวิตของเราเพื่อช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต จากอาชีพการทำงานของผมทั้งชีวิต ผมโดนไล่ออกจากงานที่สำคัญมาก; ผมเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่ต้องรับผิดชอบเมื่อเราทำเรือ 33 ฟุตในช่วงที่กระแสน้ำแรง; และผมได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุการโดดร่ม

ในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคนเข้ามาช่วยผม ภรรยาของผม เจ้านายและเพื่อน ๆ หรือแม้กระทั่งคนที่ผมไม่รู้จัก ทุกคนช่วยผมเพราะพวกเขาเห็นว่าผมต้องการความช่วยเหลือ

ไม่มีใครที่จะสามารถต่อต้านเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิตได้เหมือนเรือยางลำเล็กในการฝึกซีลที่จะต้องใช้ทีมของคนดี ๆ เพื่อให้คุณไปถึงปลายทางชีวิตของคุณ

คุณไม่สามารถพายเรือได้ลำพัง หาคนที่จะแบ่งปันชีวิตด้วย หาเพื่อนให้ได้เยอะที่สุด และอย่าลืมว่าความสำเร็จของคุณนั้นต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น ๆ ด้วย

ผู้ชายที่มาจากกองทัพเรือจะมาจากการฝึก SEAL ทั้งนั้น พวกเขาจะมาจากเมืองเล็ก ๆ และเมืองใหญ่ ๆ พวกเขามีทั้งผิวดำ ผิวขาวและผิวเหลือง พวกเขามีทั้งรวยและจน พวกเขามีความหลากหลายทั้งในด้านพื้นหลัง สี ขนาด และความแข็งแรงเหมือนกับกลุ่มคนอื่น ๆ ที่เคยรวมตัวกันมาก่อน

ในช่วงเริ่มต้นของการฝึกอบรม ชั้นเรียนของเรามี 155 คน หลังจากสัปดาห์นรกพวกเราจะเหลือกันจาก 55 คนเป็น 42 คน และใน 42 คนนี้จะถูกแบ่งเป็นลูกเรือกลุ่มโดยทีกลุ่มละเจ็ดคน ผมอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนตัวใหญ่ ๆ แต่หนึ่งในทีมลูกเรือจะมีชายตัวเล็ก ๆ ไม่มีใครที่สูงกว่า 5 ฟุต 5 นิ้ว เราเรียกพวกเขาว่าเดอะ มันช์กิ้น เหมือนพวกคนตัวเล็ก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ (The Wizard of Oz)

ซึ่งประกอบด้วยชาวอเมริกันพื้นเมืองหนึ่งนาย ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันหนึ่งนาย ชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียนหนึ่งนาย ชาวอเมริกันเชื้อสายโปแลนด์หนึ่งนาย ชาวอเมริกันเชื้อสายกรีกหนึ่งนาย และเด็กหนุ่มอึดอีกสองคนที่มาจากมิดเวสต์

พวกตัวใหญ่ ๆ จะคอยล้อเลียนคนตัวเล็ก ๆ เสมอ พวกเขาใส่ “ชุดดำน้ำจิ๋ว” และมี “ตีนกบอันเล็กจิ๋ว” เพื่อสวมกับ “เท้าจิ๋ว ๆ ของพวกเขา” แต่คนตัวเล็ก ๆ พวกนี้ไม่ได้รู้สึกโดนข่มเลย พวกเขาว่ายน้ำเร็วกว่า วิ่งเร็วกว่าและเร็วกว่าพวกตัวใหญ่ ๆ เกือบทุกครั้ง

การฝึก SEAL เป็นเครื่องวัดความเท่าเทียมกันที่ดีมาก ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จ—ไม่ใช่ขนาดของคุณ ไม่ใช่สีผิว ไม่ใช่พื้นหลังและสถานะทางสัมคม

ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จในโลกนี้ ให้วัดคนด้วยขนาดของหัวใจพวกเขา ไม่ใช่ขนาดของรองเท้า

การฝึก SEAL ครูผู้ฝึกถือว่าเป็นพระราชา คำพูดของพวกเขานั้นศักดิ์สิทธิ์และนักเรียนจะต้องทำตามที่ผู้ฝึกพูด ห้ามถาม ถ้าผู้ฝึกหงุดหงิดหรือแค่ไม่อยากมองหน้าคุณ เขาจะสั่งให้คุณไป “ว่ายน้ำ” และทำ “คุกกี้คลุกน้ำตาล” ให้ตัวเองด้วย นักเรียนคนนั้นจะต้องวิ่งขึ้นเนินทรายไปที่ชายหาด กระโดดลงทะเล เปียกปอนไปทั้งตัว แล้วขึ้นมากลิ้งบนเนินทรายจนทุกส่วนของร่างกายปกคลุมไปด้วยทราย การฝึก SEAL ทุกรูปแบบไม่มีอะไรที่จะไม่สบายตัวเท่ากับการทำคุกกี้คลุกน้ำตาล มีหลายสิ่งที่เจ็บปวดและเหนื่อยกว่าแต่การเป็นคุกกี้คลุกน้ำตาลจะเป็นทดสอบความอดทนและความมุ่งมั่นของคุณ ไม่เพียงเพราะคุณต้องใช้เวลาที่เหลือของวันกับทรายที่คลุมมาถึงคอ อยู่ใต้แขนและระหว่างขาแต่เพราะการกระทำของการกลายเป็นคุกกี้คลุกน้ำตาลคือ การดูถูกที่น่าขายหน้ามาก

สำหรับนักเรียนหลายคนของ SEAL นี่เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ สำหรับบรรดาผู้ที่มุ่งมั่นที่จะได้เป็นที่ดีที่สุดจะคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลสำหรับการแสดงเป็นตัวเอก บางครั้งมันก็ได้ผลแต่บางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น บางครั้งสิ่งเดียวที่พวกเขาได้รับหลังจากที่ได้ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อไปแล้วคือ เปียกและทราย การฝึกอบรม SEAL สอนให้คุณรู้ว่าชีวิตไม่ยุติธรรม

ในโลกปัจจุบันนี้มันง่ายที่จะโทษสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตของตัวเองเพื่อหยุดพยายาม เพราะคุณเชื่อว่าชะตาชีวิตของคุณกำลังเล่นตลกกับคุณอยู่ มันง่ายที่จะคิดว่าสถานที่ที่คุณโตมา การเลี้ยงดูของพ่อแม่คุณและโรงเรียนของคุณจะเป็นตัวตัดสินอนาคตคุณ

ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้มากกว่าความจริง คนปกติธรรมดาและคนดี ๆ ชายหรือหญิงจะกำหนดได้จากการรับมือกับความไม่ยุติธรรมในชีวิตของพวกเขา: Helen Keller, Nelson Mandela, Stephen Hawking, และ Malala Yousafzai

บางครั้งไม่ว่าคุณจะพยายามสักแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน คุณจะจบอยู่ที่การเป็นคุ้กกี้คลุกน้ำตาลนั่นเอง

หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต อย่าบ่น อย่าโทษความโชคร้ายของคุณ ยืนให้มั่น มองไปที่อนาคต แล้วเดินหน้าต่อไป!

ทุก ๆ อย่างในการฝึก SEAL ถูกวางมาตรฐานเอาไว้แล้ว การวิ่งระยะยาวและการว่ายน้ำจะถูกจับเวลา ตำแหน่งของร่างกายจะต้องตรงตอนที่คุณวิดพื้น ดึงข้อและนอนเตะขา การทดสอบทางวิชาการมีคะแนนและต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ความล้มเหลวใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ เรียกว่า "เซอร์คัส"

เซอร์คัสมาในตอนท้ายของวันหลังจากที่นักเรียนคนอื่น ๆ ทั้งหมดกลับไปที่ค่ายทหาร ผู้ที่โดนเรียกให้เข้าช่วงเซอร์คัสยังคงต้องถูกฝึกออกกำลังกายต่ออีกสองชั่วโมง เซอร์คัสคือการลงโทษ และเป็นการฝึกร่างกายพิเศษที่จะทำให้คุณเหนื่อยไปถึงวันถัดไป เซอร์คัสหนึ่งครั้งสามารถนำไปสู่เซอร์คัสครั้งต่อ ๆ ไป

ที่แย่กว่านั้นเซอร์คัสมีผลกระทบทางจิตใจต่อนักเรียน มันคือการตระหนักได้ว่าคุณล้มเหลว สำหรับผู้ชายที่แทบจะไม่เคยล้มเหลวเลยในชีวิตก็จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าหนักใจ ผลลัพธ์คือ "เกลียวมรณะ" ของความเหนื่อยล้าและความล้มเหลวที่สามารถทำลายความหวังของนักเรียนที่ต้องการจะเป็น SEAL ได้

แต่สำหรับคนที่ผ่านเซอร์คัสมาได้การฝึกร่างกายพิเศษจะทำให้พวกเขาแข็งแรงขึ้น เร็วขึ้นและมีสภาพจิตใจที่แกร่งขึ้น สำหรับคนที่เห็นว่าความล้มเหลวคือโอกาสในการเรียนรู้ ในการพัฒนา ในการอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยประสบการณ์ เซอร์คัสคือเส้นทางที่จำเป็นสู่หนทางแห่งความสำเร็จ

ในอาชีพของผม ผมล้มเหลวหลายครั้ง: การช่วยเหลือตัวประกันที่ล้มเหลว การโจมตีที่พังพินาศ และอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดหมาย แต่ทุกครั้งผมได้เรียนรู้จากความล้มเหลว ผมแข็งแกร่งขึ้นจากประสบการณ์ และสามารถปฏิบัติภารกิจที่ยากลำบากต่อไปได้มากขึ้น ชีวิตเต็มไปด้วยความล้มเหลว เพื่อประสบความสำเร็จคุณต้องเรียนรู้ที่จะผ่านเซอร์คัสไปให้ได้

ในการฝึก SEAL จะมีด่านทดสอบกำลังใจ (obstacle course) ซึ่งประกอบด้วยด่านทดสอบ 25 ด่านที่ต้องมีการต่อรองภายในเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้ ด่านเหล่านี้รวมไปถึงตาข่ายคาร์โก้ที่คุณจะต้องปีนขึ้นและปีนลง ลวดตาข่ายหนามที่ขึงกับพื้นซึ่งคุณจะต้องหมอบคลานไปกับพื้น กำแพงที่วางเรียงและคุณต้องกระโดดข้าม และเชือกที่ขึงเป็นสะพานที่คุณต้องเดินข้าม—นี่เป็นเพียงแค่ไม่กี่ตัวอย่าง

แต่ด่านที่ท้าทายที่สุดคือ "slide for life" เพื่อให้ประสบความสำเร็จในอุปสรรคนี้นักเรียนต้องปีนขึ้นไปบนหอสูง 30 ฟุตที่ด้านบนของหอจะมีเชือกยาวผูกเอาไว้ยาว 80 ฟุตไปอีกหอเล็กหนึ่งซึ่งเป็นปลายทางของอุปสรรค

ข้างใต้ด่าน slide for life ไม่มีอะไรนอกจากทราย การตกลงมาจากกิจกรรมนี้อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาจทำให้การฝึกอบรม SEAL ล้มเหลว เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงและนักเรียนส่วนใหญ่ต้องเคลื่อนที่ระมัดระวังและตั้งใจขณะที่สไลด์ลงเชือก

สถิติการฝึก SEAL ในการผ่านด่านทดสอบนี้ยังไม่มีใครทำลายได้มาเป็นเวลาหลายปี วิธีเดียวที่จะเอาชนะสถิติให้ได้คือ การคาดคะเนอุปสรรคที่ยากที่สุด—วิธีเดียวที่จะโดดเด่นกว่านักเรียนทั่วไปคือการเข้าด่าน slide for life ที่เอาหัวนำไปก่อน

ความสามารถของนักเรียนในการเอาชนะความกลัว กล้าเสี่ยงและท้าทายกับด่านทดสอบกำลังใจต่าง ๆ คือกุญแจในการสำเร็จการฝึกซีล (SEAL training) มันก็เหมือนกับชีวิต: หากคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเอาชนะความไม่แน่ใจ เผชิญความกลัวและเผชิญหน้ากับภัยพิบัติเพราะไม่มีอะไรคุ้มค่าอย่างแท้จริงหากได้มาโดยไม่มีความเสี่ยง

ในช่วงท้ายของการฝึกอบรม SEAL นักเรียนจะเดินทางไปยังเกาะ San Clemente นอกชายฝั่ง San Diego บนเกาะนั้นเราจะได้รับการฝึกอบรมพลทหารอีกสามสัปดาห์ในการเรียนรู้ที่จะยิง เคลื่อนไหวและสื่อสาร San Clemente ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่นักเรียนจะต้องผ่านบททดสอบทางร่างกายที่ทรหดที่สุด หนึ่งในการทดสอบดังกล่าวคือ การว่ายน้ำระยะยาวในเวลากลางคืน

ไม่ใช่ระยะทางของการว่ายนั้นที่ท้าทายเพราะเราเคยว่ายน้ำในระยะที่ไกลมาก่อน แต่มันตือสิ่งที่ธรรมชาติได้ให้มาด้วยที่ทำให้เกิดความกังวล ทะเลที่ San Clemente เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาฉลามขาว หนึ่งในฉลามที่กินคนที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทร

ผู้ฝึกของหน่วย SEAL ชอบโจมตีหัวใจของนักเรียนด้วยความกลัวโดยการให้ดูภาพของสัตว์ขนาดยักษ์กระโจนขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อเขมือบเจ้าแมวน้ำแคลิฟอร์เนียที่ไม่ทันระวังตัว มันจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ประหม่าเกี่ยวกับการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน กลางทะเลเมื่อรู้ว่าข้างใต้ผิวน้ำนั่นมีสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่คอยจะฉีกคุณเป็นชิ้น ๆ แต่พวกเขาอยากจะเป็น SEAL มากจนไม่มีอะไรในน้ำนั่นที่จะสามารถหยุดพวกเขาได้

ถ้าเราต้องต่อสู้กับฉลาม ทุกคนพร้อมที่จะทำเช่นนั้น เป้าหมายของเราซึ่งเราเชื่อว่าเป็นเกียรติและมีคุณธรรมทำให้เรามีความกล้าหาญ และความกล้าหาญนี้เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่น ถ้าคุณมีความกล้าหาญไม่มีอะไรและไม่มีใครสามารถยืนขวางทางคุณได้ ถ้าปราศจากความกล้าคนอื่น ๆ จะกำหนดเส้นทางข้างหน้าของคุณ

ถ้าไม่มีมันคุณจะง่ายต่อสิ่งล่อตาล่อใจต่าง ๆ ในชีวิต ถ้าปราศจากความกล้าแล้วคุณจะถูกปกครองโดยเผด็จการและทรราช หากปราศจากความกล้าสังคมที่ดีจะไม่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ การปราศจากความกล้าพวกอันธพาลจะครองโลก แต่ด้วยความกล้าคุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายใดก็ได้ เพื่อประสบความสำเร็จคุณจะต้องหาความกล้านั้นในตัวคุณที่จะว่ายน้ำร่วมกับฉลามได้

ในระยะที่สองของการฝึกอบรมคุณเรียนรู้ที่จะดำน้ำด้วยอุปกรณ์ช่วยหายใจแบบวงจรปิด มันคืออาวุธลับของมนุษย์กบ การหายใจใต้น้ำโดยไม่เกิดฟองอากาศหายใจ

ในการเป็นมนุษย์ตีนกบที่มีคุณค่ามากพอสำหรับวีรบุรุษที่มาก่อนคุณ คุณต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการโจมตีเรือใต้น้ำ

ตอนกลางคืนใต้เรือ ความมืดจะครอบงำคุณ แสงจากข้างบนถูกบังหมดจรดโดยเรือเหล็กขนาดยักษ์ ร่างกายของคุณจะหายตัวไปในความมืดมิดและเสียงคำรามของเครื่องจักรของเรือจะทำให้สับสนและหลงทิศแม้กระทั่งกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์

ข้างใต้เรือเมื่อทุกอย่างมืดที่สุด นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องเป็นตัวของคุณเองให้ดีที่สุด คุณจะต้องเข้าไปให้ลึกในจิตใจและดึงความกล้าทั้งหมดที่มีออกมาใช้เพื่อทำภารกิจให้เสร็จสิ้น ความแข็งแกร่งในช่วงมืดเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่น ๆ ทั้งหมด

ไม่มีช่วงเวลาใดในชีวิตที่จะมืดมิดไปกว่าการสูญเสียคนที่รักไป แต่แล้วมันก็มีช่วงเวลาของสงครามที่ Iraq และ Afghanistan ที่ครอบครัว หน่วยทหาร บ้านเมือง และประเทศชาติมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติ

ผมจำได้อย่างชัดเจนเมื่อ Army Ranger ที่แพ้สงครามเดินทางกลับบ้านไปที่ฐานทัพของเขาที่ Savannah ใน Georgia ทั้งหน่วยสวมเครื่องแบบที่ดีที่สุด เดินสวนสนามจากโบสถ์ไปยังบาร์ที่เรนเจอร์ชื่นชอบที่สุดบน River Street ตลอดเส้นทางบนท้องถนน คนทั้งเมือง Savannah ออกมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารผ่านศึก และพลเรือนจากทุกสาขาอาชีพ ต่างพากันไปทักทายทหารหนุ่มที่เสียชีวิตอย่างกล้าหาญในอัฟกานิสถาน

ในบางจุดของชีวิตเราทุกคนจะเผชิญกับช่วงมืดมนกับความท้าทายที่ผ่านไปไม่ได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลามืดที่บดขยี้จิตวิญญาณของเราและทำให้เราไม่มั่นใจเกี่ยวกับความหมายของชีวิต เพื่อประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเอื้อมเข้าไปภายในจิตใจของคุณเองและทำให้ดีที่ดีสุดเมื่อเวลาแห่งความมืดมาเยือนคุณ

สัปดาห์นรก ชื่อของมันทำให้เกิดความกลัวและมันก็ทำได้ดีมากด้วย ในการฝึก SEAL สัปดาห์นรกเป็นหกวันที่หนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตวัยหนุ่ม คุณจะทั้งหนาว ทั้งเปียกและรู้สึกหดหู่ตลอดเวลา มือและเท้าของคุณจะบวมเป็นสองเท่าของขนาดจริง ๆ ของมันจากการเคลื่อนที่ไม่หยุด ครูผู้ฝึกจะไม่หยุดข่มขู่คุณ ความกดดันจะกระหน่ำใส่คุณอย่างที่คุณไม่สามารถจินตนาการได้

แต่จะมีหนึ่งวันโดยเฉพาะที่แยกผู้ชนะกับผู้แพ้ออกจากกัน มันคือวันพุธที่บึงโคลนชายทะเล

บึงโคลนชายทะเลเป็นพื้นที่ระหว่าง San Diego และ Tijuana ที่ซึ่งน้ำที่ไหลผ่านจะก่อให้เกิดบึงโคลน Tijuana ที่ที่โคลนจะคลุมตัวคุณแทบมิด เมื่อดวงอาทิตย์กำลังตกในช่วงเย็นวันพุธ ห้องของผมถูกสั่งให้ไปลงโคลน โคลนจะกลืนเราทั้งตัวจนไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหัวของเรา

เสียงของลมในยามค่ำคืนโหยหวนไปทั้งหาดทำให้โคลนยิ่งเย็นลงทุกนาทีที่เวลาเดินไป ครูผู้ฝึกพร้อมและตั้งใจที่จะหาผู้อ่อนแอ เขาจะคอยยืนอยู่บนขอบโคลนและพร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วย หากเพียงมีผู้ชายห้าคนยอมแพ้—ห้าคนเท่านั้น แล้วทุกคนจะไม่ต้องทรมานกับความหนาวอันทรหดนี้อีกต่อไป เห็นได้ชัดว่านักเรียนบางคนพร้อมที่จะยอมแพ้ โคลนเป็นอะไรที่ทนไม่ได้

แล้วเสียงหนึ่งเริ่มที่จะดังก้องตลอดคืน หนึ่งเสียงที่ดังขึ้นในเพลง เพลงนั้นฟังเสียงหลงมากแต่ร้องด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า หนึ่งเสียงกลายเป็นสองเสียง และสองกลายเป็นสาม แล้วจู่ ๆ ทั้งห้องก็ร้องด้วยกันทั้งหมด

ผู้ฝึกขู่เราว่าจะโดนลงโคลนอีกถ้ายังจะร้องเพลงอยู่แต่เสียงเพลงก็ยังคงดังก้องอยู่อย่างนั้น แล้วโคลนก็รู้สึกอุ่นขึ้น ลมก็สงบลง และเช้าวันใหม่ดูไม่ไกลเกินไป

ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตคุณต้องให้ความหวังแก่ผู้คน พลังของคนหนึ่งคน—Washington, Lincoln, King, Mandela, Malala, หรือคุณ—ด้วยพลังของความหวังสามารถเปลี่ยนโลกนี้ได้ตลอดไป

ท้ายที่สุดแล้วในการฝึก SEAL จะมีกระดิ่ง กระดิ่งทองเหลืองที่ตั้งไว้ ณ มุมของบริเวณโดยรอบ สิ่งเดียวที่คุณต้องทำถ้าจะยอมแพ้คือสั่นกระดิ่ง สั่นกระดิ่ง คุณจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า สั่นกระดิ่ง คุณจะได้ไม่ต้องไปวิ่งทางไกล ไปว่ายน้ำในน้ำเย็น ๆ และผ่านบนทดสอบแห่งอุปสรรค สั่นกระดิ่งและคุณจะสามารถเลี่ยงความเจ็บปวดที่จะเจอกับการฝึก SEAL

จากบทเรียนทั้งหมดที่ผมได้รับจากการฝึก SEAL ที่สำคัญที่สุดคือ: อย่ายอมแพ้! มันอาจจะฟังดูไม่น่าฟังแต่บางครั้งชีวิตจะพาคุณไปอยู่ ณ จุดที่การยอมแพ้ดูมีเหตุผลมากกว่าการสู้ต่อ เมื่อความพิศดารมันทับถมเราจนการยอมแพ้ดูจะมีเหตุผลมากกว่า

ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนโลกใบนี้ ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต จงทำตามความฝันและอย่ายอมแพ้โดยเด็ดขาด

บทเรียนของผมเป็นเรื่องง่ายๆ:

  • เริ่มต้นทุกวันด้วยงานที่ทำเสร็จสมบูรณ์
  • หาคนที่จะช่วยให้คุณผ่านชีวิตไปได้
  • เคารพทุกคน
  • รู้ว่าชีวิตไม่ยุติธรรมและคุณจะล้มเหลวบ่อย ๆ
  • รับมือกับความเสี่ยง ลุกขึ้นสู้เมื่อถึงเวลาที่ลำบาก เผชิญหน้ากับอันธพาล ต่อต้านกับการถูกกดขี่ข่มเหง และอย่ายอมแพ้โดยเด็ดขาด

ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ท้าทายในชีวิตคุณก็ไม่สามารถหยุดคุณได้จากการที่คุณจะไปให้ถึงเป้าหมายของคุณเอง ในขณะเดียวกันโลกใบนี้ก็จะน่าอยู่ขึ้นด้วย

McRaven

Admiral William H. McRaven, USN (Ret.), เป็นนายพลสี่ดาวแห่งกองทัพเรือสหรัฐ ล่าสุดเขาเป็นอธิการบดีของกลุ่ม University of Texas McRaven เคยได้รับการยกย่องด้านการเป็นผู้นำจากสื่อและองค์กรต่างๆทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ ก่อนที่จะเป็นอธิการบดี McRaven เป็นผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ U.S. Special Operations ซึ่งเขาเป็นผู้นำกองกำลังชายหญิง 69,000 คนทั่วโลก

 

{{GetTotalComments()}} Comments

Please Login or Become A Member to add comments