Select Language

Check Application Status
en

Resource Zone

การเพิ่มผลลัพธ์จาก MDRT เป็นสามเท่า

David Batchelor, Dip PFS, CFP

Rate 1 Rate 2 Rate 3 Rate 4 Rate 5 0 Ratings Choose a rating
Please Login or Become A Member for additional features

Note: Any content shared is only viewable to MDRT members.

Batchelor ร่วมแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับกลยุทธ์การเพิ่มจุดสนใจของท่านและกลยุทธ์การสร้างความตระหนักรู้ถึงวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หัวข้อดังกล่าวนี้ได้รับการนำเสนอที่การประชุมประจำปี 2017

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีเรื่องที่น่าแปลกมากเกิดขึ้นกับผม เมื่อสัปดาห์นี้เอง ผมมีนัดประชุมกับลูกค้าสามวัน แต่ละวัน ผมจบบทสนทนาด้วยการพูดคุยเรื่องรถกับลูกค้า คุณคงบอกผมว่า ก็ไม่เห็นจะแปลกขนาดนั้นนี่ จนกว่าผมจะบอกคุณว่า ลูกค้าทั้งสามรายนี้ต่างเป็นเจ้าของรถเทสล่าและพูดถึงรถคันใหม่ของตัวเอง รถรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทำความเร็วบนถนนได้ยอดมาก สามารถเร่งความเร็วได้ 0-60 กม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที ลูกค้าคนแรกยุให้ผมลองขับดูสักตั้ง คนที่สองก็สั่งให้ผมลองขับดูสิ คนที่สามถึงกับอ้อนวอนให้ลองขับดูหน่อย จนสุดท้าย ผมก็ยอมแพ้และลองขับ ตอนที่ผมขับออกจากโชว์รูม พร้อมกับเซลแมนนั่งมาข้างๆ คำพูดของลูกค้าก็ดังก้องอยู่ในหัวผม

“ถ้าคุณได้ลองขับละก็ คุณต้องอยากซื้อมันแน่ๆ”

ลองทายดูสิครับว่าเป็นยังไงต่อ พวกเขาพูดถูกครับ คล้อยหลังเพียง 40 นาที ผมก็ถอยเจ้าเทสล่าสีแดงคันงาม P110D มาจนได้

ถึงตอนนี้ ผมไม่ใช่คนชอบรถมาก่อนเลย นี่จึงไม่ใช่เรื่องปกติวิสัยสำหรับผมเท่าไรนัก อันที่จริง ผมว่าผมยังไม่เคยเห็นรถเทสล่าบนถนนมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ผมเลยพอใจกับตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ได้ขับมันกลับบ้าน และพบว่าไม่เห็นรถเทสล่าสักคันบนถนน ในเมื่อผมขับเทสล่า แล้วรถอะไรล่ะครับที่จะแซงหน้าผมได้ คุณเดาออกใช่ไหมครับ ก็เจ้าเทสล่าคันสีขาวเงาวับไงล่ะครับ ผมนึกในใจ มันช่างบังเอิญจริงๆ ก็ผมอยู่ใกล้ดีลเลอร์รถนี่ครับ พอวันรุ่งขึ้น ตอนที่ผมกำลังขับรถพาลูกชายไปหาพ่อแม่ผม ขณะที่รถเราแล่นไปเรื่อยๆ บนมอเตอร์เวย์ อะไรเอ่ยแล่นแซงหน้าผมไปด้วยความเร็วราวๆ 1,000 ไมล์ต่อชั่วโมง มันคือ รถเทสล่าอีกคันหนึ่ง

คุณสังเกตไหมครับว่าคุณไม่เคยสังเกตรถคันอื่นเลย จนกว่าคุณจะได้เป็นเจ้าของมัน

เรื่องนี้มีเหตุผลอธิบายครับ นั่นก็เพราะว่า สมองของเรานั้นมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เรียกว่า Reticular activator ซึ่งมีหน้าที่คอยค้นหาสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการไม่ว่าจะเป็นไปเพราะจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึกก็ตาม เพราะเหตุนี้เอง ที่จู่ๆ รอบตัวผมก็เลยรายรอบด้วยรถเทสล่านั่นไงละครับ

สมองส่วนนี้เองที่เราสามารถนำมาใช้กับการประชุมประจำปี อันที่จริงก็ใช้ได้กับทุกการประชุม เพื่อขยายผลที่ได้จากการประชุม ให้ มากยิ่งๆ ขึ้นไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ตั้งโปรแกรมให้สมองส่วน Reticular activator มองหาพนักงานคนที่เราต้องการให้มาช่วยพัฒนางานของเราให้ดียิ่งขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไร เราจะตั้งโปรแกรมให้สมองส่วนนี้อย่างไรดี

นี่คือสิ่งที่ผมทำเพื่อให้แน่ใจว่า สมองส่วน Reticular activator จะทำงานได้คล่องและสั่งการได้รวดเร็ว เมื่อต้องประชุมประจำปี

ลำดับแรก เริ่มจากการเขียนวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมประชุมลงไป ผมต้องจดมันลงไป ไม่ใช่แค่นึกขึ้นมาเท่านั้น

ลำดับที่สอง ผมเขียนลงไปว่าทำไมมันจึงสำคัญต่อผม ไม่จำเป็นต้องยาวมาก เพียงหนึ่งหรือสองย่อหน้า

ลำดับที่สาม ผมเขียนถึงผลที่คาดหวังในอุดมคติจากการประชุม ซึ่งจะนำมาแบ่งออกเป็นเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จ โดยเกณฑ์ชี้วัดนี้ก็คือ รายการวัตถุประสงค์ที่เมื่อทำได้สำเร็จลุล่วงแล้ว ก็จะทำให้ผมบอกได้ว่าการเข้าร่วมประชุมประจำปีนั้นประสบความสำเร็จ สำหรับปีนี้ สิ่งที่ผมต้องการ มีดังนี้

  • ค้นหาไอเดียเพื่อปรับปรุงเทคนิคการจัดการข้อโต้แย้ง
  • มองหาไอเดียที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ได้อย่างน้อย 20,000 ปอนด์ภายใน 12 เดือน
  • หาคอนแทคที่สามารถให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา เข้าเป็นคณะกรรมการการลงทุนของบริษัท

บางครั้ง ผมก็เขียนเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จเพียงข้อเดียว บางครั้งก็มีห้าถึงหกข้อ

เมื่อกำหนดวัตถุประสงค์ ความสำคัญและผลที่คาดหวังในอุดมคติ ผมก็จะตั้งโปรแกรมให้สมองส่วน Reticular activator ค้นหาสิ่งที่ผมจำเป็นต้องมีเพื่อบรรลุเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จ

นี่เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ได้หวือหวา แต่เราก็ได้ไอเดียมากมายจากการประชุม แต่อย่าเพิ่งเอาไอเดียเหล่านั้นออกไปใช้ ลองมาดูกลยุทธ์ขั้นที่สองกันซึ่งสำคัญมาก นั่นก็คือ การจัดไอเดียให้เป็นระบบ

ในบันทึกการประชุมของผม จะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ “วันนี้” “พรุ่งนี้” และ “วันอื่น” ผมแบ่งหน้ากระดาษออกเป็นสามส่วนนั้น ระหว่างการประชุม ผมจะจดโน้ตลงไป ตอนที่จด ผมมักจะมีไอเดียที่สามารถนำไปใช้ได้ผุดขึ้นมาในหัว แล้วผมก็นำไอเดียนั้นไปใส่ไว้ในกล่อง “วันนี้” “พรุ่งนี้” หรือ “วันอื่น” กล่อง “วันนี้” หมายถึงเราสามารถนำไอเดียนั้นไปลงมือทำได้เลยภายในเจ็ดวัน หลังเสร็จจากประชุม กล่อง “พรุ่งนี้” หมายถึงเราสามารถทำได้ใน 90 วันนับจากวันที่ประชุม ส่วนกล่อง “วันอื่น” หมายถึงเราจะนำไอเดียนั้นมาใช้เมื่อเราสามารถทำได้ เมื่อทำดังนี้แล้ว ผมก็สามารถรวบรวมไอเดียในขั้นแรกได้ แต่สิ่งสำคัญกว่าก็คือ การจัดลำดับความสำคัญของการนำไปปฏิบัติ ซึ่งช่วยให้มอบหมายงานได้ง่ายขึ้นมาก

ในที่สุด ผมก็ได้กลยุทธ์ขั้นที่สามซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน เมื่อผมเริ่มเข้าประชุมประจำปี ก็ต้องใช้เงินและเวลาไปกับการเดินทางครึ่งค่อนโลก นี่เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ฉะนั้นผมจึงต้องทำให้ตัวเอง (และภรรยาของผมด้วย พูดจากใจจริงเลย) เชื่อว่า เราต้องได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลกลับคืนมา ดังนั้นในการประชุมทุกครั้ง ผมจึงบันทึกรายรับที่หามาได้และค่าใช้จ่ายที่ตัดออกไปได้ ที่เกิดจากไอเดียที่ผมตกผลึกจากการประชุม โดยมีกฎว่า ผมต้องใช้เวลา ในแต่ละปี เพื่อให้ได้ทุนคืนจากการไปประชุม และเพื่อให้คุณมีไอเดียเกี่ยวกับมูลค่าการประชุมที่ผ่านมา รายได้ที่เกิดจากไอเดียที่ผมได้จาก MDRT นั้น มีมูลค่าเท่ากับ 7,336,969 ดอลลาร์สหรัฐครับ

ขอขอบคุณทุกท่านและ MDRT ครับ

David Batchelor, Dip PFS, CFP, เป็นสมาชิก MDRT 20 ปี ได้ Court of the Table 2 ครั้งและ Top of the Table honors 18 ครั้ง เขาเป็นกรรมการก่อตั้ง Personal Finance Society ในสหราชอาณาจักร (UK) และปัจจุบันทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับโครงการ The Strategic Coach ในสหราชอาณาจักร อีกทั้งยังเคยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการกว่า 100 รายเพื่อช่วยการพัฒนาธุรกิจของพวกเขา

 

{{GetTotalComments()}} Comments

Please Login or Become A Member to add comments