Select Language

Check Application Status
en

Resource Zone

ตีหินอย่างต่อเนื่อง

Billy Riggs

Rate 1 Rate 2 Rate 3 Rate 4 Rate 5 0 Ratings Choose a rating
Please Login or Become A Member for additional features

Note: Any content shared is only viewable to MDRT members.

ด้วยการใช้วิธีผสานรวมภาพมายาและอารมณ์ขันเข้าด้วยกัน ทำให้ Riggs ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในห้านักพูดเพื่อสร้างความบันเทิงแถวหน้าของอเมริกา เขาเน้นย้ำให้เห็นว่า ทัศนคติในเชิงบวกส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสำเร็จได้อย่างไร ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการมองโลกในแง่ดีและการมีปณิธานที่แน่วแน่สามารถช่วยท่านและธุรกิจของท่านได้อย่างไร หัวข้อดังกล่าวนี้ได้รับการนำเสนอที่การประชุมประจำปี 2017

เอาละ ผมมีคำถามที่สำคัญมากคือ วิธีที่คุณจะเอาข้อมูลที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดที่คุณรวบรวมได้ที่เมืองออร์แลนโดกลับไปบ้าน แล้วประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพกับธุรกิจและชีวิตส่วนตัวของคุณ ผมชื่อ Billy Riggs และผมไม่ใช่คนชอบเพ้อฝัน ผมเป็นคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนที่ไม่เพ้อฝัน ซึ่งหมายความว่า ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับการเพ้อฝันของผมเองเท่ากับการที่จะเขย่าหัวของคุณและเปิดเผยความเพ้อฝันของคุณ ภาพลวงตาทางจิตวิทยาที่เป็นอันตราย การรับรู้โลกที่ผิดพลาดจากการสร้างเพดานที่มองไม่เห็นไว้บนหัวของคุณ อุปสรรคที่สร้างขึ้นเองเพื่อขัดขวางความสำเร็จของคุณที่ไม่สามารถขจัดทิ้งไปได้

ผมบอกคุณก็ได้ว่า ภาพลวงตาที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตคืออะไร เป็นสิ่งนี้หรือ ที่ผมไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมยิ่งใหญ่ได้ในชีวิตนี้ ความเชื่อในโชคชะตา สลัดความคิดนั้นทิ้งไปและสิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้น

สิ่งที่คุณเพิ่งได้เห็นไป คือโต๊ะที่เคลื่อนไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น [ภาพ] เป็นพลังธรรมชาติแน่นอน ผมรับรองได้ แต่ชีวิตของคุณ ก็เหมือนรูปนี้ เคลื่อนไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น ความเชื่อของคุณ ข้อสมมติฐานของคุณ ความอคติของคุณ แต่ที่สำคัญที่สุดผมจะบอกว่าเป็นภาพลักษณ์ของตัวคุณเอง

ผมอยากให้คุณรู้จักกับสัตว์เลี้ยงของผม Toby เป็นเต่า นี่คือรูปลักษณ์ของ Toby เมื่อภรรยาของผมพบเขาในป่าใกล้บ้านของเราที่ออสติน เท็กซัส ปี พ. ศ. 2000 [ภาพ] เธอเอากลับมาที่บ้านให้ลูกชายของเรา Cameron ซึ่งมีอายุเพียงขวบเดียวในเวลานั้นดู เป็นวันเกิดปีแรกของลูกของเรา ตอนนี้เขาอายุ 18 แล้ว และนับตั้งแต่วันนั้นมา Toby ก็ไปๆ มาๆ ที่ลานรั้วบ้านของเรา Toby และ Cameron ได้โตขึ้นมาด้วยกัน

และนี่คือภาพของ Toby ที่ได้ถ่ายไว้ในอีกหนึ่งปีต่อมา [ภาพ] Toby ได้โตเต็มที่ ที่ถูกอุ้มไว้ ลูกสาวของเรา Sarah ซึ่งนั่งอยู่กับเพื่อนของครอบครัว อย่างน้อยเราก็คิดว่า Toby ได้โตเต็มที่แล้วในเวลานั้น เราคิดกันว่า Toby ก็เป็นแค่เต่าพื้นเมืองธรรมดาพันธุ์เท็กซัส แต่พวกเราคาดผิดไปมาก เราเริ่มสงสัยว่า บางทีพวกเราอาจให้อาหารมันมากเกินไป เมื่อสามปีต่อมา มันดูเหมือนภาพนี้ [ภาพ] และสี่ปีต่อมามันดูแบบนี้ และห้าปีต่อมามันเป็นแบบนี้ Toby ปรากฎว่าเป็นเต่าอัฟริกาพันธุ์ซัลซาต้า (African sulcata tortoise) ซึ่งคงเป็นสัตว์เลี้ยงของใครที่หนีรอดออกมาได้เมื่อยังตัวเล็กอยู่ Toby หนักกว่า 90 ปอนด์ และก็ยังโตได้ไม่ถึงครึ่ง สายพันธุ์ของมันเป็นเต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกนอกกาลาปากอส และอีกสองสามเกาะที่อยู่ห่างไกล

ภาพต่อไปนี้ถ่ายเมื่อวันฮาโลวีนห้าปีก่อน [ภาพ] Toby ถูกหลอกเล่นให้แต่งตัวเป็นเลดี้กาก้า ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเผ่าพันธุ์ของมันอย่างน่าทึ่งมาก นี่คือภาพของ Toby ที่จะเป็นใน 100 ปี Toby เป็นสัตว์ที่สวยงาม แต่ Toby มีปัญหา Toby มีปัญหาที่ผมเชื่อว่าบางคนในพวกคุณมี Toby มีปัญหาในเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเอง มันเป็นความจริง Toby ตัวใหญ่อย่างกะยักษ์ แต่มีความคิดแค่จิ๊ดเดียว

เรามีประตูเหล็กดัดที่กั้นระหว่างทางเดินด้านหลังไปยังถนนทางเข้าของเรา เหล็กห่างกันนิ้วครึ่ง ผมวัดดู Toby พยายามจะเดินข้ามไปมาอยู่ตลอดเวลา มันเอาหัวมุดผ่านเข้าไปแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมผ่านไปไม่ได้ มันจะเดินวนเวียนอยู่ประมาณหนึ่งนาทีครึ่งก่อนที่มันจะรู้ว่ามันไม่ได้ไปไหนเลย Toby พยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะเดินลอดข้างใต้ไป ซึ่งมีช่องห่างเพียงหกนิ้ว บ่อยครั้งที่พวกเราได้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นเพื่อมองไปที่หน้าต่างด้านหลังดูเฟอร์นิเจอร์เคลื่อนไปมาในลานสนามหญ้า

ผมมีภาพสุดท้าย [ภาพ] นี่คือ Toby ที่ซ่อนตัวอยู่ มันจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยคิดว่าไม่มีใครมองเห็นมัน คุณลองคิดดู หลังจากที่ได้อยู่กับ Toby มานานกว่าทศวรรษครึ่ง ผมเชื่อว่า มันไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามีส่วนหลังอยู่ Toby ตัวใหญ่ แต่มันคิดว่าตัวเองเล็ก และเพราะมันคิดว่าตัวเองเล็ก จึงใช้ชีวิตแบบคนตัวเล็กๆ ทุกปี Toby จะโตขึ้น หนักขึ้น แน่นหนาขึ้น และมีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะหยุดมันได้

รั้วไม้เก่าของเราเริ่มเปื่อยและผุลงในที่สุด จนเมื่อผมได้เปลี่ยนมันทิ้งไปไม่นานมานี้เอง มีบางจุดผมบดขยี้มันได้ด้วยนิ้วสองนิ้ว Toby สามารถเดินผ่านได้เหมือนมันทำจากกระดาษ ถ้าเพียงมันรู้ว่ามันทำได้ Toby ไม่ได้ถูกกักให้อยู่ในรั้วของเรา Toby ขังตัวมันเองจากการประมาณค่าความสามารถที่ต่ำอย่างน่าขันของตัวเอง Toby ถูกคุมขังไว้ในมุมมองหลอกลวงที่เป็นอุปสรรคขวางเส้นทางของมันไว้

ผมบอกเพื่อนๆ มานานหลายปีแล้วว่า ถ้า Toby รู้ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เยี่ยมยอดและทรงพลังอย่างมัน ก็ขอพระเจ้าทรงช่วยพวกเราทุกคนด้วย เราจะไม่สามารถกักมันไว้ได้ เราจะต้องเอามันไปอยู่ที่สวนสัตว์ และถ้าคุณคิดได้ว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงามและทรงพลังอย่างที่คุณเป็น พระเจ้าทรงช่วยทุกคนที่พยายามยืนอยู่ระหว่างคุณกับความฝันของคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อมั่นในตัวเองคุณ คุณจะยอมแพ้มันอย่างเร็วมาก คุณจะโยนผ้าขาวเร็วเกินก่อนเวลา และสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ที่คุณได้เรียนรู้ที่นี่ ที่ Million Dollar Round Table ก็จะไม่เกิดประโบชน์อันใดเมื่อคุณกลับไปบ้านของคุณ คุณจะนำมันมาใช้ด้วยความมั่นใจสองสามวัน แล้วคิดว่ามันใช้ไม่ได้ จากนั้นก็กลับไปทำวิธีเดิมๆ ที่เคยทำ

สมมติว่าคุณอยู่ในคุกที่ต้องทำงานหนัก คุณถูกใช้ให้ทำงานทุบก้อนหินด้วยค้อนขนาดใหญ่ คุณตีครั้งแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น ห้าสิบครั้งก็ยังเหมือนเดิม เจ็ดสิบห้าครั้งไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เก้าสิบครั้งมันเหมือนกับว่าก้อนหินกำลังเยาะเย้ยคุณ เก้าสิบเก้าครั้งคุณกำลังจะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ในการทุบครั้งที่ 100 มันแตกออกเป็นพันๆ ชิ้น มีคำถามว่า การทุบครั้งไหนทำให้หินแตก ทั้งหมด 100 ครั้ง คุณไม่อาจจะบอกว่าขอตีครั้งที่หนึ่งร้อยได้ไหม คุณทำเช่นนั้นไม่ได้ และถ้าคุณยอมแพ้ไปในครั้งที่ 5 หรือ 75 หรือ 95 คุณก็จะไม่ได้เห็นผล การขายเป็นกระบวนการของการตีหินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยรู้ว่าการตีส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลใดๆ ที่มองเห็นได้ แต่จะเกิดผลตามมา สิ่งที่มองไม่เห็นได้ลดความต้านทานของหินลง การขายเป็นเรื่องของระบบ เป็นระบบการโทรหาผู้อื่นทางโทรศัพท์ การประชุมที่สำนักงานคุณ การจัดซื้อรายชื่ออีเมล์ การส่งอีเมล์กลุ่ม การจัดสัมมนา การรวบรวมผู้อ้างอิง การอัพเดตหน้า Facebook ของคุณ การเขียนบล็อกและบทความ การทำรีวิวประจำปี และการทำเครือข่ายอย่างไม่ลดละ ถ้าคุณทำงานกับระบบ ระบบจะทำงาน ถ้าคุณตีหินไปเรื่อยๆ หินก็จะแตก แต่ถ้าคุณเลิกคนอื่นจะเข้ามาทางด้านหลังคุณ และตีเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยและเก็บเกี่ยวผลตอบแทนทั้งหมดจากการทำงานของคุณ

เรื่องของความมุ่งมานะ ทำให้ผมคิดถึงตัวละคร Rocky Balboa มาก ทำไมพวกเขายังคงถ่ายทำภาพยนตร์ Rocky 40 ปีให้หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องแรกได้นำออกฉาย อะไรที่ทำให้พวกเราชอบ Rocky ผมคิดว่าเป็นหัวใจของเขา แม้จะเป็นนักมวยร่างเล็กปานกลาง ไม่ฉลาดมากนัก และถูกชกจนเลือดออกยางตกทุกครั้งที่ขึ้นเวที แต่ก็ไม่เคยที่จะยอมแพ้ ฉากที่ผมชอบมากที่สุดของภาพยนตร์ Rocky อยู่ใน Rocky II ซึ่งมีการชกพบกันอีกครั้งระหว่าง Apollo Creed แชมป์โลกแห่งยุคและ Rocky Balboa ดาวรุ่งดวงใหม่

ฉากที่ผมจำได้เกิดขึ้นในสำนักงานหรูหราของ Apollo Creed เขากำลังอยู่กับคนของเขาพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีชกกันซ้ำกับ Rocky และผู้จัดการของ Apollo ไม่เห็นด้วยอย่างหัวเด็ดตีนขาด แชมป์ต้องการรู้ว่าทำไม เขาพูดว่า "นายหวาดกลัวอะไรหรือ Tony" ผู้จัดการตอบว่า "พูดจากใจจริงนะ" Apollo พูดว่า "พูดจากใจจริง" ผู้จัดการลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่น่ากลัว เดินไปยังโต๊ะทำงานของ Apollo และพูดว่า "พวกมันผิดหมดอ้ายหลานชาย ผมเห็นคุณชกคนนั้นแบบที่ผมไม่เคยเห็นใครได้เคยโดนชกแบบนี้มาก่อน และคนนั้นก็ยังกลับมาตามตื้อคุณ เวลานี้เราไม่ต้องการคนแบบนั้นในชีวิตของเรา ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่อย่าไปคิดถึงมันอีก" จากนั้นเขาก็เอนตัวไปข้างหน้าและขอร้องว่า "ปล่อยมันไป" Apollo ทำไม่ได้ ความภาคภูมิใจของเขาได้ถูกหยาม เขาต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าการตัดสินใจที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการต่อสู้ครั้งแรกเป็นความความบังเอิญ และการชกกันอีกครั้งจึงถูกกำหนดขึ้น และจากความเรียบง่ายแบบ Apollo Creed เขาเดินออกมาจากมุมในแปดรอบแรกเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลก เขาชก Rocky อย่างไร้ความปราณี น๊อกคู่ต่อสู้กองลงพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า เคาะเขาไปที่เสื่อครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ในตอนท้ายของรอบที่แปด ความองอาจบนใบหน้าของ Apollo ก็ได้กลายเป็นเพียงความสับสน และคุณรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมคนนี้จึงยังยืนอยู่ได้ และ Rocky ได้ออกมาและเอาชนะรอบ 9 ด้วยคะแนนและใบหน้าที่สับสนของ Apollo ก็ส่อแววของความดุดันและน่ากลัว และในความโกรธนั้น Apollo ได้ออกมาชกชนะรอบ 10, 11, 12, 13, และ 14 และหลังทุกรอบ ความน่ากลัวและดุดันในดวงตาของเขาก็ยิ่งทวีมากขึ้น และสุดท้ายก่อนที่ระฆังจะตีเริ่มต้นรอบที่ 15 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย Apollo ที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเต็มที่ และเอาชนะไปได้ในที่สุด เป็นเวลานานทีเดียวที่เขาคิดว่าจะเอาชนะ Rocky ไม่ได้ เพราะไม่ว่าคุณจะดีกว่า ใหญ่กว่า เร็วกว่า แข็งแรงกว่า ชาญฉลาดกว่า สมบูรณ์กว่า ได้รับการฝึกฝนมากกว่า ชกหนักแน่นกว่า ชกเข้าเป้ามากกว่า หรือชกให้ลงไปกองกับพื้นได้ทุกยก เพราะทุกครั้งที่คุณทำเช่นนั้น ได้ มันก็ลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง

คุณรู้ไหมว่าคุณต้องลุกขึ้นจากบนกองผืนผ้าใบกี่ครั้งเพื่อจะได้เป็นแชมป์เฮฟวี่เวทโลก ทุกครั้งที่คุณถูกชกล้มลงไป คุณรู้ไหมว่าคุณจะต้องลุกขึ้นจากผืนผ้าใบกี่ครั้งเพื่อความฝันของคุณในชีวิตนี้จะเป็นจริงได้ คงเป็นทุกๆ ครั้งที่คุณถูกชกลงไปกองอยู่กับพื้น ดังนั้น จงกลับไปทำงานด้วยความมั่นใจ ลุกขึ้นจากบนกองผืนผ้าใบเป็นพันๆ ครั้งถ้าเป็นสิ่งที่ต้องทำ และยังคงเดินแข็งแกร่งต่อไป และจะไม่ จะไม่ จะไม่หยุดตีหินก้อนนั้น

Billy Riggs, CSP, ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในห้านักวิทยากรที่ให้ความบันเทิงมากที่สุดในอเมริกาและในปี 2002 ได้รับรางวัลสูงสุดจาก National Speakers Association ซึ่งเป็นใบรับรองออกให้นักพูดมืออาชีพ จากรายการโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ วีดีโอ และการพูดสด Riggs ได้ผสมผสาน การตลก เพลง การเล่นกล การฝึกอบรมและสร้างแรงจูงใจ เผยแพร่ทัศนคติเชิงบวกของเขาไปถึงผู้คนกว่าหนึ่งล้านคนในห้าทวีป เขาใช้ภาพลวงตาและการเล่นตลกเพื่อดึงดูดผู้ชมเพื่อให้ปฏิบัติ ปรับปรุงทัศนคติ เพิ่มพลังการให้บริการ การขายและการเปลี่ยนแปลงชีวิต

 

{{GetTotalComments()}} Comments

Please Login or Become A Member to add comments